บิทคอยน์ คืออะไร มีข้อดี ข้อเสียยังไง เข้าใจง่ายๆ

บิทคอยน์ คืออะไร มีข้อดี ข้อเสียยังไง เข้าใจง่ายๆ บิตคอยน์ จัดเป็นประเภทหนึ่งของ สกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ซึ่งมีความหมายถึง สกุลเงินที่ผ่านการเข้ารหัส (Cryptography) และอยู่ในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งคุณสมบัติทั้ง 2 ข้างต้นนี้เอง ที่ทำให้เหรียญคริปโทเคอร์เรนซีไม่สามารถปลอมแปลงได้ และ สามารถโอนย้ายได้ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยผ่านระบบของบล็อกเชน (Blockchain) ที่คอยทำหน้าที่บันทึกรายการโอนเงินดิจิทัลและยืนยันว่า รายการนั้น ๆ เกิดขึ้นจริงและถูกต้อง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้การโอนย้ายมูลค่า ในรูปแบบดิจิทัล บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสามารถเกิดขึ้นได้

บิตคอยน์ เป็นเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีเหรียญแรก ที่ได้เกิดขึ้นมาบนโลกนี้ ในปี 2008 ได้มี White Paper ของบิตคอยน์ออกสู่สาธารณะ และมีการโอนเหรียญขึ้นจริงครั้งแรก บนบล็อกเชนบล็อกแรก ในปี 2009 และ บิตคอยน์ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนนี้ ยังไม่เคยถูกแฮ็คหรือฉ้อโกงไปจากระบบได้เลย นับตั้งแต่วันแรกที่มันปรากฏขึ้นมาบนโลกใบนี้

บิตคอยน์ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของโลกสกุลเงินดิจิทัลนั้น ทำให้มีเหรียญอื่นๆ เกิดตามมาจำนวนนับหมื่นเหรียญ และมีมูลค่าตามราคาตลาดรวมของสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 กว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยใช้เวลาจากวันแรก มาเพียง 12 ปีกว่าเท่านั้น และมูลค่าตามราคาตลาดของเหรียญบิตคอยน์เอง ที่สูงถึง 6 แสนล้านเหรียญ และมีราคาต่อ 1 เหรียญกว่า 1 ล้านบาทในวันนี้ คงไม่เป็นที่สงสัยในความมีตัวตนของสินทรัพย์นี้อีกต่อไป

ประโยชน์และโอกาส

การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีนี้ทำให้ ต้นทุนในโลกของการใช้เงินแบบปัจจุบัน ที่อยู่ในรูปแบบของธนบัตร หรือ เหรียญ เป็นต้น ลดลงอย่างมหาศาล โดยที่จากเดิม ต้นทุนของระบบการชำระเงินในปัจจุบันที่มีใช้เงินในรูปแบบกระดาษ และเหรียญนั้น อยู่ที่เฉลี่ย 0.5-0.9% ของ GDP อีกทั้งยังทำให้ต้นทุนการโอนเงินระหว่างประเทศได้ลดลงอย่างมากเช่นเดียวกัน เนื่องจากการโอนเงินบนโลกอินเทอร์เน็ตนั้นก็เหมือนโลกที่ไร้พรมแดน ระยะทางไม่ใช่อุปสรรคและต้นทุนในการโอนย้ายมูลค่าระหว่างกันอีกต่อไป เราสามารถเห็นการโอนเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีบางเหรียญจากประเทศไทย ไปยังสหรัฐอเมริกา เกิดขึ้นและทำรายการสำเร็จในเวลาเพียงไม่ถึง 1 นาที โดยมีค่าธรรมเนียมในการโอนผ่านบล็อกเชนไม่ถึง 1 บาทเท่านั้น ผลที่เกิดขึ้นนี้เองได้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการใช้งาน และการเพิ่มขึ้นของปริมาณการทำธุรกรรมในโลกคริปโทเคอร์เรนซี

นอกจากนี้ ความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัลยังเกิดขึ้นในรูปแบบของการลงทุน การเก็บมูลค่า การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบของการทำ smart contract การเขียนแอปพลิเคชัน และ การเก็งกำไรในความผันผวนของราคา ซึ่ง ความต้องการต่างๆ เหล่านี้เอง ได้ผลักดันให้มูลค่าตลาดของสินทรัพย์ดิจิทัลยิ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

4 เฟสของพัฒนาการใน Cryptocurrency

เมื่อเราศึกษาพัฒนาการของราคา Cryptocurrency เช่น บิตคอยน์ เราจะแบ่งการพัฒนาได้เป็นทั้งหมด 4 เฟส

– เฟสแรก คือการที่นักลงทุนรายบุคคล (Individual Investor) เข้าไปเก็งกำไรในช่วงปี 2016-2017 ในช่วงเวลาที่บิตคอยน์พุ่งไปที่ $20,000/เหรียญ ก่อนที่จะตกลงมาสู่ระดับ $5,000/เหรียญ ในระยะเวลาอันรวดเร็ว

– เฟสที่สอง คือการที่นักลงทุนสถาบัน (Institutional Investor) เข้ามาซื้อบิตคอยน์ในช่วง ไตรมาส 4 ปี2020 หลังจากที่นาย โจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งทำให้ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐอ่อนค่าลงทันที และนักลงทุน สถาบันการเงิน บริษัท เช่น Payment Tech, New Tech เริ่มเข้าซื้อบิตคอยน์ ส่งผลให้ราคาบิตคอยน์ปรับตัวเพิ่มขึ้นจนถึงระดับ $40,000/เหรียญ อย่างรวดเร็ว

– เฟสที่สาม จะเป็นการใช้ Cryptocurrency ในระดับบริษัทเอกชน (Corporate Accounts) มีรายงานจากสำนักข่าว Reuters ว่าบริษัทในญี่ปุ่นกว่า 30 แห่ง ได้มีความร่วมมือในการพัฒนา Private Digital Yen เพื่อใช้เป็น pool เชิงการค้าระหว่างกันและทดลองใช้งานในปี 2021

– เฟสที่สี่ ธนาคารกลางในแต่ละประเทศออกสกุลเงินดิจิทัลของตนเอง (Central Bank Currencies (CBDCs))

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล มีหลากหลายวิธี ได้แก่

1. การซื้อสะสมเท่า ๆ กันทุกเดือน (DCA)

2. การรอจังหวะเข้าซื้อในระดับราคาที่พึงพอใจ

3. การซื้อ-ขาย เก็งกำไรส่วนต่างราคาในระยะสั้น

ซึ่งแต่ละรูปแบบนั้นก็คล้ายกับการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ที่มีอยู่เดิมนั่นเอง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาบิตคอยน์

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างบิตคอยน์นั้น เกิดขึ้นจากคุณสมบัติข้อหนึ่งของบิตคอยน์คือ การมีอยู่อย่างจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ ซึ่งการมีจำนวนอยู่อย่างจำกัดนี้เอง ทำให้เกิดความเชื่อขึ้นว่าบิตคอยน์นั้น สามารถมีคุณสมบัติการเก็บมูลค่า (store of value) เหมือนสินทรัพย์อย่างทองคำ และจะไม่เกิดการเฟ้อเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณเหรียญ ดังนั้นเมื่อเกิดความต้องการซื้อ ต้องการถือครองบิตคอยน์มากขึ้น ก็ส่งผลให้ราคาของเหรียญบิตคอยน์มีมูลค่าสูงขึ้น หรือหากเกิดผลในทางตรงข้ามก็จะส่งผลให้ราคาลดลงเช่นกัน

RELATED POST

อดีตดาวยิงพรีเมียร์ลีกแนะ “ลิเวอร์พูล” เลิกระบบเพดานค่าจ้างเพื่อรั้ง “ซาลาห์”

เควิน แคมป์เบลล์ อดีตกองหน้าของ อาร์เซนอล ในช่วงยุคทศวรรษ 1988-1995 ออกมาให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงสถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงตัวเก่งของ หงส์แดง ที่มีแฟนบอลมากมายเรียกร้องให้สโมสรรีบต่อสัญญาให้ได้แม้ว่ายังไม่สามารถเจรจากันได้เนื่องจากนักเตะต้องการค่าเหนื่อยที่มากกว่านี้ ปัจจุบัน โมฮาเหม็ด รับเงินกับสโมสรอยู่ 2 แสนปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นอันดับ…

แฟน “ดาร์บี” ส่งข้อความวอน “ไมค์ แอชลีย์” ขาย “นิวคาสเซิล” มาช่วยซื้อทีม

ภายหลังจากที่มีข่าวว่า นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด อาจมีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของสโมสรจาก ไมค์ แอชลีย์ ที่อยู่มานาน 14 ปี ในเร็วๆ นี้ เมื่อมีรายงานว่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตรียมอนุมัติการเทคโอเวอร์โดย พับลิก อินเวสต์เมนต์ ฟันด์ (พีไอเอฟ) กลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบีย…

“โรมาโน” คอนเฟิร์ม “ฟาน เดอ เบค” อยากหนีแมนยูฯ ช่วงปีใหม่

ฟาบริซิโอ โรมาโน นักข่าวจอมแม่นแห่งวงการตลาดซื้อขายนักเตะ ยืนยัน ดอนนี ฟาน เดอ เบค กองกลางทีมชาติเนเธอร์แลนด์ มีแผนที่จะย้ายออกจากทีม “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมปีหน้า สำหรับ ฟาน เดอ เบค วัย 24…

“จอห์นสัน” ซูฮก “ซาลาห์” ฟอร์มสุดเร่าร้อนแต่ยกอีกแข้งดีที่สุดของ “ลิเวอร์พูล”

เป็นที่เข้าใจกันว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับยอดทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์ หลังกดไป 6 ประตู กับอีก 3 แอสซิสต์ รวมถึงเกมล่าสุดที่เสมอกับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์เก่า 2-2 ซึ่งตัวเขาทำ 1 ประตู กับอีก…